top of page

คาถาเรียกคนรักกลับมา

  • รูปภาพนักเขียน: ฌาณบวร
    ฌาณบวร
  • 18 ก.พ.
  • ยาว 1 นาที

อัปเดตเมื่อ 1 วันที่ผ่านมา

คาถาเรียกคนรักกลับมา

คาถาเรียกคนรักกลับมา บทสวดเสริมสัมพันธ์ให้ใจเขาโน้มมาหาเรา

เรื่องของหัวใจมักไม่ง่ายอย่างที่คิด บางครั้งเราก็รู้สึกว่าคนที่รักกำลังห่างหายออกไป หรือความรู้สึกที่เคยมีกันเริ่มจืดจาง นั่นคือเหตุผลที่ คาถาเรียกคนรักกลับมา ถูกถ่ายทอดกันมาในสายธรรมและความเชื่อพื้นบ้านมาแต่โบราณ ไม่ใช่เพื่อบังคับจิตใจใคร แต่เพื่อสร้างพลังงานแห่งความรักจากภายในตัวเราให้แผ่ออกไปถึงกัน

คาถาเรียกคนรักกลับมา


ตั้งนะโม 3 จบ


"มะอะอุ สิวังพรหมา จิตตัง มานิมามา

จิตตัง อาคัจฉายะ อาคัจฉาหิ เอหิมะมะ"

ความหมายโดยรวมของคาถาเรียกคนรักกลับมา บทนี้คือการส่งพลังแห่งความรักและการเรียกจิตใจของคนที่รักให้โน้มเข้ามาหา ด้วยพลังแห่งสิวังและพรหมา ซึ่งเป็นพลังแห่งความเมตตาและความงดงามสูงสุด เป็นการขอให้จิตของเขามาหาเรา ไม่ใช่การบังคับ แต่เป็นการเชื้อเชิญด้วยความรักอันบริสุทธิ์


วิธีสวด คาถาเรียกคนรักกลับมา ให้ได้ผลที่สุด

ขั้นตอนการเตรียมตัว เริ่มจากการอาบน้ำชำระร่างกายให้สะอาด สวมเสื้อผ้าที่สะอาด เข้าไปนั่งในที่เงียบสงบ ควรเป็นช่วงก่อนนอน เพราะช่วงนั้นจิตใจสงบที่สุด คลื่นสมองอยู่ในระดับ Alpha ที่พร้อมรับและส่งพลังงานได้ดีที่สุด

ขั้นตอนการตั้งจิต หลับตาลง วางมือบนตักหรือในท่าที่สบาย หายใจเข้าลึกๆ 3 ครั้ง แล้วค่อยๆ นึกถึงใบหน้าของคนที่รักให้ชัดเจนที่สุด นึกถึงรอยยิ้ม แสงตา และความรู้สึกดีๆ ที่เคยมีต่อกัน ให้ความรู้สึกอบอุ่นนั้นเต็มอยู่ในอก

ขั้นตอนการสวดคาถา ตั้งนะโม 3 จบก่อน แล้วจึงภาวนา มะอะอุ สิวังพรหมา จิตตัง มานิมามา จิตตัง อาคัจฉายะ อาคัจฉาหิ เอหิมะมะ ซ้ำๆ ตามจิตปรารถนา โดยทั่วไปนิยมสวด 3, 7 หรือ 9 จบ ขณะสวดให้คงภาพหน้าคนรักไว้ในจิตตลอดเวลา

ขั้นตอนหลังสวด อย่าพูดอะไรทันที ให้นั่งนิ่งสัก 1-2 นาที รู้สึกถึงพลังงานที่ส่งออกไป จากนั้นค่อยๆ ลืมตาและเข้านอนด้วยจิตที่สงบ ห้ามคิดลบหรือสงสัยว่าจะได้ผลหรือไม่ เพราะความสงสัยคือตัวทำลายพลังของคาถา


หลักความจริงเบื้องหลัง คาถาเรียกคนรักกลับมา

หลายคนสงสัยว่าคาถาเหล่านี้ทำงานได้จริงหรือ ลองมองในมุมที่ต่างออกไป


พลังแห่งความตั้งใจส่งผ่านกันได้ การวิจัยด้านจิตวิทยาสังคมพบว่ามนุษย์รับรู้พลังงานทางอารมณ์จากผู้อื่นได้แม้ไม่ได้อยู่ใกล้กัน เราเคยรู้สึกไหมว่าบางวันคิดถึงใครสักคน แล้วเขาก็โทรมาหาเอง นั่นคือตัวอย่างจริงของการส่งและรับพลังงานระหว่างกัน

คาถาคือการโปรแกรมจิตใต้สำนึก เมื่อเราสวดคาถา ผูก จิต คน รัก ก่อนนอน สมองกำลังอยู่ในสภาวะที่เปิดรับการโปรแกรมใหม่ การส่งความรักและความปรารถนาดีออกไปในสภาวะนั้นจะซึมลึกในจิตใต้สำนึกและส่งผลต่อพฤติกรรมของเราในวันถัดไป ทำให้เราแสดงออกถึงความรักได้ดีขึ้น น่าดึงดูดขึ้น และความสัมพันธ์ก็ดีขึ้นตามมาเอง

พลังแห่งเมตตาดึงดูดเมตตา หลักธรรมสอนว่า ผู้ที่แผ่เมตตาอยู่เสมอย่อมได้รับเมตตากลับคืน เมื่อเราสวดคาถาด้วยจิตที่เปี่ยมด้วยความรักและปรารถนาดีต่อคนอีกคน โดยไม่มีความโกรธ อิจฉา หรือหวงแหนแบบครอบงำ พลังงานนั้นจะแผ่ออกไปและส่งผลต่อจิตของเขาอย่างแท้จริง


สิ่งสำคัญที่ต้องเข้าใจก่อนสวด คาถาเรียกคนรักกลับมา

ความรักที่แท้จริงไม่ใช่การครอบครอง คาถา ผูก จิต คน รัก ที่ทรงพลังที่สุดคือคาถาที่สวดด้วยใจที่รักแบบ "อยากให้เขาดี" ไม่ใช่ "อยากให้เขาเป็นของฉัน" หากใจเรายังมีความโลภ ความหึงหวง หรือต้องการบังคับ พลังงานที่ส่งออกไปจะถูกบิดเบี้ยว และอาจได้ผลตรงกันข้าม

ควบคู่กับการแสดงออกจริงๆ คาถาเป็นตัวเสริม ไม่ใช่ตัวแทนของการกระทำจริง ยังต้องดูแลใจกันในชีวิตจริง สื่อสารด้วยความจริงใจ และแสดงความรักด้วยการกระทำ

ไม่ใช้เพื่อทำลายความสัมพันธ์ผู้อื่น คาถาบทนี้เหมาะสำหรับคนที่มีความสัมพันธ์กันอยู่แล้วและต้องการเสริมสร้างความผูกพัน ไม่ควรนำไปใช้ในทางที่ทำให้ผู้อื่นเดือดร้อน เพราะบุญและบาปมีจริงเสมอ


สรุป คาถาเรียกคนรักกลับมา พลังแห่งความรักที่ส่งถึงกัน

คาถาเรียกคนรักกลับมา ไม่ใช่เวทมนตร์ดำหรือการบังคับจิตใจ แต่คือการส่งพลังงานแห่งความรักและความปรารถนาดีออกไปจากใจเรา ผ่านการตั้งนะโม 3 จบ และภาวนา มะอะอุ สิวังพรหมา จิตตัง มานิมามา จิตตัง อาคัจฉายะ อาคัจฉาหิ เอหิมะมะ พร้อมนึกภาพหน้าคนรักด้วยจิตที่สงบก่อนนอน

ทำอย่างสม่ำเสมอ ด้วยใจที่รักจริง หวังดีจริง และดูแลความสัมพันธ์ในชีวิตจริงควบคู่กัน เชื่อได้เลยว่าพลังแห่งคาถาเรียกคนรักกลับมานี้จะค่อยๆ ทำงาน สานใจสองดวงให้ใกล้ชิดกันยิ่งขึ้น และรักษาความผูกพันที่งดงามไว้ได้อย่างยั่งยืน

ความคิดเห็น


bottom of page